Divergence Pattern เป็นหนึ่งในเครื่องมือที่นักเทรดหลายคนใช้ในการตัดสินใจซื้อหรือขายในตลาด Forex หรือการลงทุนรูปแบบต่าง ๆ เนื่องจากสัญญาณนี้สามารถช่วยคาดการณ์การกลับตัวของราคา หรือแนวโน้มที่กำลังจะเปลี่ยนแปลงได้ แม้ว่าจะไม่สามารถรับประกันว่าจะเป็นไปตามนั้นได้ 100% แต่ก็ได้รับการยอมรับว่าหากใช้เป็นก็มีความแม่นยำและเพิ่ม Win Rate ได้
Divergence Pattern คืออะไร?
Divergence Pattern คือรูปแบบที่เกิดขึ้นเมื่อราคาของสินทรัพย์เคลื่อนไหวไปในทิศทางหนึ่ง แต่อินดิเคเตอร์ที่ใช้ในการวิเคราะห์กลับเคลื่อนไหวไปในทิศทางตรงข้าม ตัวอย่างเช่น เมื่อราคาขึ้น แต่ตัวอินดิเคเตอร์กลับลง หรือเมื่อราคาลงแต่ตัวอินดิเคเตอร์กลับขึ้น นี่คือลักษณะของการ Divergence ซึ่งเป็นสัญญาณบ่งบอกถึงความไม่สมดุลระหว่างราคาและอินดิเคเตอร์ ที่อาจเป็นสัญญาณการกลับตัวของราคานั่นเอง
ประเภทของ Divergence Pattern
หากเข้าใจประเภทของ Divergence จะช่วยให้เราสามารถใช้เครื่องมือนี้ในการเทรดได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดย Divergence Pattern แบ่งออกเป็น 3 ประเภทหลัก ๆ คือ
1. Regular Divergence
Regular Divergence คือสัญญาณที่เกิดขึ้นเมื่อราคาของสินทรัพย์ เช่น คู่เงินในตลาด Forex เคลื่อนไหวไปในทิศทางหนึ่ง แต่ตัวอินดิเคเตอร์ เช่น RSI หรือ MACD กลับไปในทิศทางตรงข้าม ซึ่งแสดงให้เห็นว่าแรงซื้อหรือแรงขายที่มีอยู่ในตลาดเริ่มอ่อนตัวลง และราคามีโอกาสที่จะกลับตัว ตัวอย่างเช่น
หากราคาทำจุดสูงสุดใหม่ (Higher High) แต่ตัวอินดิเคเตอร์กลับทำจุดสูงสุดต่ำกว่าเดิม (Lower High) สัญญาณนี้แสดงว่าแรงซื้อกำลังลดลง และราคามีโอกาสที่จะกลับตัวลง หรือหากราคาทำจุดต่ำสุดใหม่ (Lower Low) แต่ตัวอินดิเคเตอร์กลับทำจุดต่ำสุดสูงกว่าเดิม (Higher Low) สัญญาณนี้บ่งบอกว่าแรงขายเริ่มอ่อนลง และราคามีโอกาสที่จะกลับตัวขึ้น
2. Hidden Divergence
Hidden Divergence คือสัญญาณที่เกิดขึ้นในช่วงที่ราคากำลังเคลื่อนไหวตามแนวโน้มอย่างชัดเจน แต่ตัวอินดิเคเตอร์กลับไม่ทำตาม ซึ่งเป็นสัญญาณว่าการเคลื่อนไหวของราคานั้นจะดำเนินต่อไปในทิศทางเดิม ตัวอย่างเช่น
หากราคาทำจุดสูงสุดใหม่ แต่ตัวอินดิเคเตอร์ไม่ทำจุดสูงสุดตาม นี่แสดงว่าแนวโน้มขาขึ้นยังคงดำเนินต่อไป หรือหากราคาทำจุดต่ำสุดใหม่ แต่ตัวอินดิเคเตอร์ไม่ทำจุดต่ำสุดตาม นั่นอาจหมายถึงแนวโน้มขาลงยังคงดำเนินต่อไป Divergence Pattern รูปแบบนี้จึงช่วยให้คาดเดาได้ว่า ราคาจะเคลื่อนไหวไปตามเทรนด์เดิม
3. Exaggerated Divergence
Exaggerated Divergence คือสัญญาณที่เกิดขึ้นเมื่อราคาของสินทรัพย์เคลื่อนไหวไปในทิศทางหนึ่งอย่างรวดเร็ว แต่ตัวอินดิเคเตอร์กลับเคลื่อนไหวสวนทางอย่างชัดเจน ซึ่งบ่งบอกถึงการกลับตัวของราคาหรือการปรับตัวอย่างรวดเร็ว ตัวอย่างเช่น
ราคาขึ้นไปทำจุดสูงสุดใหม่ แต่ตัวอินดิเคเตอร์ต่ำกว่าเดิม แสดงว่าแรงซื้อเริ่มอ่อนลง การปรับตัวลงอาจเกิดขึ้น หรือราคาลงไปทำจุดต่ำสุดใหม่ แต่ตัวอินดิเคเตอร์กลับสูงกว่าเดิม แสดงว่าแรงขายเริ่มลดลง ราคาอาจกลับตัวเป็นขาขึ้น Exaggerated Divergence จึงใช้เป็นสัญญาณเพื่อหาการกลับตัวเมื่อราคาพุ่งหรือล่วงไกลเกินไป
วิธีการใช้ Divergence Pattern ในการเทรด
การใช้ Divergence Pattern ให้มีประสิทธิภาพนั้นจะต้องอาศัยการสังเกตและความเข้าใจในตัวอินดิเคเตอร์ที่ใช้ร่วมกับกราฟราคา เช่น Relative Strength Index (RSI), Moving Average Convergence Divergence (MACD) หรือ Stochastic Oscillator โดยสามารถเทรดตามรูปแบบที่เกิดขึ้น คือ
1. เมื่อพบ Regular Divergence และตลาดกำลังอยู่ในช่วงขาลง (Bearish Trend) การกลับตัวขึ้น (Bullish Reversal) อาจเกิดขึ้นได้
2. เมื่อพบ Hidden Divergence ในช่วงขาขึ้น (Bullish Trend) นี่คือสัญญาณของการดำเนินการตามแนวโน้มที่มั่นคงและอาจเป็นโอกาสในการเข้าซื้อ
3. Exaggerated Divergence อาจบ่งบอกถึงการปรับฐาน หรือการกลับตัวอย่างรุนแรง โดยปกติจะเกิดขึ้นหลังจากแนวโน้มที่ยาวนานหรือราคาที่วิ่งเร็วเกินไป
ตัวอย่างการใช้ Divergence Pattern
การเทรดด้วย Divergence Pattern สามารถนำไปใช้เทรดได้หลายตลาด เช่น ในตลาด Forex ตลาดหุ้น หรือแม้แต่การลงทุนในสินค้าโภคภัณฑ์ โดยสามารถนำไปใช้ได้ดังตัวอย่างนี้
- กราฟราคาทำจุดสูงสุดใหม่ แต่ตัวอินดิเคเตอร์ไม่ทำจุดสูงสุดใหม่ (Regular Divergence) ถ้าคุณพบกรณีนี้ในกราฟของคู่เงิน เช่น EUR/USD คุณอาจพิจารณาการเปิดสถานะขาย เนื่องจากมีแนวโน้มที่ราคาอาจจะกลับตัว
- กราฟราคาทำจุดต่ำสุดใหม่ แต่ตัวอินดิเคเตอร์ทำจุดสูงสุดใหม่ (Regular Divergence) ในกรณีนี้ สัญญาณจะเป็นการบ่งบอกถึงการสิ้นสุดขาลง ให้เปิดสถานะซื้อ
ข้อควรระวังในการใช้ Divergence Pattern
แม้ว่าการใช้ Divergence Pattern จะเป็นเครื่องมือที่มีประสิทธิภาพ แต่นักเทรดก็ต้องระมัดระวังในหลาย ๆ ด้าน เช่น
1. Divergence อาจไม่เกิดขึ้นตามที่คาดการณ์ ในบางครั้ง Divergence อาจจะเกิดขึ้น แต่กราฟก็ไม่ได้กลับตัว ดังนั้น การรอยืนยันด้วยสัญญาณอื่น ๆ เช่น การดูแนวรับแนวต้าน หรือการใช้เครื่องมือเทคนิคอื่น ๆ รวมถึงต้องมีจุด Stop Loss ก็เป็นสิ่งที่ควรทำควบคู่ไปด้วย
2. ระวังอ่าน Divergence ที่ผิดพลาด เพราะขาดประสบการณ์ ในบางกรณี การอ่าน Divergence อาจจะผิดพลาดได้ หากยังเป็นนักเทรดมือใหม่ ซึ่งอาจทำให้เกิดการตัดสินใจที่ไม่ถูกต้อง ดังนั้น ควร Back Test วิเคราะห์ให้ชำนาญเสียก่อน
บทสรุป
Divergence Pattern เป็นเครื่องมือที่มีประสิทธิภาพสำหรับคาดการณ์การกลับตัวของราคา นักเทรดสามารถใช้สัญญาณเหล่านี้ในการตัดสินใจซื้อหรือขายได้ แม้ว่าจะไม่มีเครื่องมือใดที่สามารถรับประกันผลลัพธ์ได้ 100% แต่การใช้ Divergence Pattern ร่วมกับเครื่องมืออื่น ๆ จะยิ่งช่วยเพิ่มความมั่นใจและคาดหวังผลลัพธ์ที่ดีขึ้นจากการเทรดได้
